ไม่คิดเข้าข้างใคร...แต่ถ้าใครทำไม่ถูกก็ว่าตามนี้แหล่ะ !!
กุมภาพันธ์ 19, 2019, 22:46:40สมาชิกล่าสุด: 7sevencute

ผู้เขียน หัวข้อ: ไม่คิดเข้าข้างใคร...แต่ถ้าใครทำไม่ถูกก็ว่าตามนี้แหล่ะ !!  (อ่าน 6742 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ โด่ง คนเดิม

  • Global Moderator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 292
  • เกณฑ์จะถูกหวย : 1449


ที่ ศาลากลาง จ.ขอนแก่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ฯ ซึ่งปฎิบัติหน้าที่นายกฯ
ได้กล่าวถึงกรณีหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ร่าง พ.ร.บ. ...้เงิน 2 ล้านล้านบาท
ตกไป โดยขอร้องให้ทุกฝ่ายมองที่เจตนา อย่ามองการใช้กฎหมายเพื่อที่จะลิดรอน
และเผยว่ารู้สึกเสียดายโอกาสที่ประเทศจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
ที่ยังเป็นรองประเทศเพื่อนบ้าน...ถ้าใช้หลักเมตตา ใช้คำว่า ให้อภัย !
ขอเหลือพื้นที่ให้ทุกคนได้ยืนอยู่เถอะ...อย่าใช้กฎหมายมาตัดสิทธิห่ำหั่นกันจนไม่มีที่ยืน
วันนี้คนก็ไม่ได้เกรงกลัวกฎหมายกันแล้ว !

ขณะที่ ปฎิบัติหน้าที่ รมว. กระทรวงแรงงาน
ก็ดันบอกว่า รัฐบาลจะทำอะไรต้องขออนุญาตศาลรัฐธรรมนูญหรือ ?   


ได้อ่านข่าวดังกล่าวแล้ว...
ไม่อยากคิดเลยว่าคนเคยทำหน้าที่ระดับชาติเหล่านี้จะคิดได้แค่นี้...
ไม่เข้าใจหรือว่าทำเป็นไม่รู้เรื่อง...ถ้าคิดว่าการถือเสียงข้างมากในสภา
แล้วมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่จะออกกฎหมายอะไรก็ได้
โดยไม่คิดคำนึงถึงความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ?
แต่กลับตีความเข้าข้างตนเอง...โดยอ้างว่า เงินนอกงบประมาณดังกล่าว
ไม่ใช่ *เงินแผ่นดิน* โดยใช้แค่เหตุผลอ้างว่า ...้เงินมาแล้วมิได้นำเข้าคลัง !
จึงไม่ต้องปฎิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 169  แต่กรณีนี้ศาลชี้แล้วว่า...
เป็นเงินแผ่นดิน...การที่ไม่นำส่งคลังทำให้การควบคุมตรวจสอบ
การใช้จ่ายไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและกรอบวินัยการคลัง...
กรณีนี้แทนที่รัฐบาลจะทำให้ถูกต้องเสียแต่แรก...  กลับไม่ ! 
แต่กลับผลักดันเพื่อให้เป็นเงินนอกงบประมาณ ที่ยากต่อการตรวจสอบ...
ทำให้หลายฝ่ายสงสัยว่าน่าจะมีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ ? ประหนึงว่า...
เป็นช่องทางส่งเสริมให้เกิดโอกาสทุจริตคอร์รัปชั่น...ซึ่งตามที่
นักวิชาการศึกษาพบว่าได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากปีที่ผ่านมาจากที่เคยงาบค่าหัวคิว 10% ก็กลับพุ่งเป็นกว่า 50%
และที่กล่าวว่า...เป็นการอาศัยกฎหมายไล่ล่า...ก็ไม่เห็นต้องกลัว
เพราะหากรัฐบาลมิได้ทำผิดกฎหมาย ระเบียบแบบแผนที่กำหนด 
ก็ย่อมไม่มีใครหรือฝ่ายใดมาไล่ล่าได้หรอกครับ...
อิๆ แต่เป็นเรื่องปกติที่โจร หรือคนที่ทำผิดมักหนีการไล่ล่า...
ไม่มีคนบริสุทธิ์คนไหนหรอกที่จะหลบหนีการไล่ล่า
ถ้าคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ต้องทำตามขั่นตอนที่กฎหมาย
ระเบียบ กำหนดไว้ในเรื่องขอความเป็นธรรมสิครับ...
ถึงจะเรียกว่าเป็นผู้อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน...
มิใช่ใช้วิธีร้องขอความเป็นธรรมในรูปแบบอื่นๆ...
ซึ่งไม่ต่างจากพวกทำตนอยู่เหนือกฎหมายซะเอง !! 

ส่วนที่ปฎิบัติหน้าที่ รมว. กระทรวงแรงงาน บอกว่า
ต่อไปรัฐบาลจะทำอะไรต้องขออนุญาตศาลรัฐธรรมนูญหรือ ?     

อิๆ เป็นคำถามประชดที่ไม่น่ามีสำหรับคนเคยเป็น รมว.
ก็ถ้ามีความรู้เรื่องกฎ ระเบียบดี มั่นใจว่าทำถูกก็ทำไปสิครับ
จะไปปรึกษาทำไม ? ถ้าไม่รู้หรือไม่แน่ใจเพื่อความรอบคอบ
ก็ถามที่ปรึกษาที่ท่านไว้วางใจคิดว่าเขารู้จริง...แต่แน่นอนว่า
ถ้าทำตามที่เขาแนะนำแล้วไม่มีใครค้าน หรือฟ้อง...ปัญหาก็ยังไม่เกิด...
แต่ถ้ามีใครฟ้อง...ผู้ตัดสินย่อมคือศาล ซึ่งก็ต้องไปพิสูจน์ในกระบวนการศาล
จะไปกลัวอะไรในเมื่อมั่นใจว่ามีหลักฐานและเหตุผลพอว่าไม่ทำผิด !!


ย้อนกลับมาที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ฯ บอกว่า...
ถ้าใช้ความเมตตา ใช้คำว่าให้อภัย และเหลือพื้นที่ให้ได้ยืนอยู่นั้น...
ผมอยากบอกว่าต้องเข้าใจก่อนนะ...คำว่าให้ *อภัย* เขาใช้กับคนที่ทำอะไรผิด...
ไม่ใช้กับคนที่ทำถูกกฎหมาย ระเบียบแบบแผนที่กำหนดหรอกครับ 5555
ก็ในเมื่อรัฐบาลบอกว่าไม่ทำผิดแล้วจะมาขอให้ให้อภัยทำไม ? 
ดูๆไปสงสัยจะหาที่ลงไม่เจอแฮะ !! และที่สำคัญการให้อภัยคนทำผิด...
เขาก็ต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมายและระเบียบที่ใช้อยู่ ณ ขณะนั้น...
จะมาคิดแบบให้อภัยกันเองทำกันเองแบบไม่มีกฎกติกามันจะถูกหรือ ? 
ไม่งั้นคงไม่มีคำว่า...คิดก่อนทำ...เมื่อทำแล้วต้องยอมรับผลนั้น
ถ้าผลด้านดีก็ได้รับคำชม แต่ถ้าผลทำไม่ดี...ก็รับโทษตามที่กฎหมาย
หรือระเบียบในเรื่องนั้นๆกำหนด...ซึ่งจะไปลงโทษอย่างอื่นที่กฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้
ก็ทำไม่ได้เช่นกัน...อีกอย่างทั้งหมดที่ทำก็ไม่ได้ถูกใครบังคับแบบไม่อาจขัดขืนได้ซะหน่อย !!

อิๆ ส่วนประเด็นที่พูดว่าให้มีพื้นที่ให้ยืนอยู่บ้างนั้น...ก็ใช่ว่าจะไม่มีนะ...
คนไหนไม่ทำผิดก็มีอิสรภาพยืนอยู่ที่ไหนได้ตามกฎหมาย...
ส่วนใครทำผิดเขาก็จัดที่อยู่ไว้ให้เป็นการเฉพาะแล้วเช่นกัน...
นั่นคือสถานที่ๆ ซึ่งมีกฎหมายระเบียบกำหนดไว้...
แต่มิใช่จะไปใช้อำนาจเลือกสถานที่อื่นให้นอกเหนือ
จากที่ๆกำหนดไว้ไม่ได้หรอกครับ...อย่าลืมว่าไม่มีโจร
หรือคนทำผิดอยากอยู่ในคุก !! และก็เพราะโจรหรือคนทำผิด
รู้กฎกติกานี้ตั้งแต่ขณะทำผิดอยู่แล้ว...มันถึงหลบหนีไม่อยู่ให้จับไง...
โธ่ !! หลักคิดง่ายๆแบบนี้ไม่น่าทำไปไม่รู้เรื่องเลยนะครับ...
และไอ้ที่บอกว่า...วันนี้คนก็ไม่ได้เกรงกลัวกฎหมายกันแล้ว...
อะ พูดเหมือนจะบอกว่างั้นก็ไม่ต้องไปสนใจใครจะฝ่าฝืน...
ทำผิดก็อย่าไปทำอะไรเขางั้นเหรอ !  ก็คิดกันแบบนี้
ถึงได้ทำให้หลายคนเข้าใจผิดรวมทั้งมักพบเห็นมีหลายคนพูดตามๆกัน
เพราะไม่เคยศึกษาหาความรู้แท้ในเรื่องนี้ ! โดยมักพูดว่า...
กฎหมายมันไม่ดีบ้าง กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์บ้าง ....

เออ แทนที่จะคิดว่าความผิดมันเกิดจากคนเป็นผู้ทำ
ไม่ว่าจะจากผู้ทำความผิดเสียเองหรือจากเจ้าหน้าที่ที่ละเว้น
ไม่ปฎิบัติหน้าที่ในการจับหรือนำตัวผู้กระทำผิดนั้นๆมาดำเนินการ
ให้เป็นไปตามกฎหมายที่ใช้อยู่  จะด้วยเหตุเพราะเห็นแก่ประโยชน์
ที่ตนเองหรือพวกพ้องได้รับหรือหยิบยื่นให้ก็ตาม...

แต่ดันกลับไปโทษกฎหมายซึ่งเป็นสิ่งไม่มีชีวิต...
แถมเป็นกฎหมายที่นักการเมืองทั้งหลายนั่นแหล่ะเป็นผู้มีส่วนในการออก !!
ขืนคิดแบบนี้แล้วมันจะทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อยแบบที่ควรจะเป็นได้ยังไง...
อย่าลืมว่าไม่ว่าจะรัฐบาลไหน จะมาจากพรรคการเมืองฝ่ายใดก็ตาม...
ต้องบริหารประเทศภายใต้กรอบกฎหมาย เคารพและปฎิบัติตามกฎหมาย
ที่ใช้อยู่ ณ ขณะนั้นโดยเคร่งครัด ไม่ว่ารัฐบาลนั้นๆจะเห็นด้วยหรือไม่
กับกฎหมายที่มีใช้อยู่ก็ตาม...รวมทั้งไม่ว่าที่มาของกฎหมายที่ใช้อยู่ดังกล่าว
จะมีที่มาจากเหตุใด......แต่ตราบใคที่กฎหมายนั้นยังไม่ยกเลิกหรือแก้ไข
ทุกคนก็ยังต้องคงต้องถือปฎิบัติ ไม่อาจนำมาเป็นข้ออ้าง
เพื่อให้ตนหรือพวกพ้องพ้นความรับผิดได้...และแน่นอนว่า
การแก้ไขก็ต้องว่าไปตามขั้นตอนที่กฎหมายให้อำนาจทำได้...
ซึ่งไม่ใช่ใครๆก็พากันตีความเข้าข้างกันเอง...
เพราะกฎหมายอีกเช่นกันที่วางกำหนดขั้นตอนและเหตุความเหมาะสมไว้ให้แล้ว...
แน่นอนว่าถ้ามีปัญหาในการปฎิบัติ...ในเรื่องความเห็นนั้น
ในชั้นแรกก็อาจจะมีนักกฎหมายในหน่วยงานนั้นๆ...
หรือแม้แต่นักวิชาการต่างๆ ให้ความเห็นไว้...ซึ่งหากมีความเห็นต่างกัน...

ถามว่าใครเป็นผู้ตัดสิน ! ก็ต้องเป็นองค์กรศาลเท่านั้นไง...
จะมาเถียงว่าผู้ทำหน้าที่ตัดสินไม่ดีเป็นอย่างโน้นอย่างนี้...
เถียงได้ครับ แต่ก็ต้องมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้
และกระบวนการของศาลเองเขาก็มีระเบียบอยู่แล้ว
ในการไม่ทำหน้าที่หากผู้พิพากษารู้เอง หรือมีหลักฐานว่า
ผู้พิพากษาท่านไหนอาจเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในคดีหรือเรื่องนั้นๆ...
ท่านนั้นก็จะถอนตัวไม่อยู่ในคณะที่จะตัดสินในกรณีนั้นนะครับ...


เป็นไงล่ะ ช่างต่างจากพวกนักการเมืองที่มักอ้างว่าเป็นผู้ทรงเกียรติเยอะ !!
เพราะทุกครั้งที่ สส. ยกมือก็จะว่าตามมติพรรค ไม่ได้อยู่ที่เหตุผลความคิดที่เป็นอิสระ...
หากมติใดที่มีประโยชน์แก่ชาติและประชาชนก็โชคดีไปไม่มีปัญหา
แต่ถ้ามติใดเป็นไปเพื่อช่วยเหลือกันเวลาถูกซักฟอกตอนโดนไม่ไว้วางใจนี่สิ !
ไม่เห็นมีใครนึกว่านี่อาจเป็นการช่วยคนทำผิดให้พ้นผิด !!
ไอ้หลักปฎิบัติแบบนี้ไม่หยั๊กคิดจะพูดถึงหรือปฎิรูปกันนะ
ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็เถอะ  :p 




จากความเห็นส่วนตัวที่ผมให้เหตุผลมา...
ถ้ายังไม่ยอมรับอำนาจศาลซึ่งผู้ที่ทำหน้าที่ต่างก็ล้วนแล้วแต่ผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมาย...
และที่สำคัญที่สุดทุกท่านได้รับการโปรดเกล้าจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ให้มาปฎิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธย อีกทั้งยังเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย
ซึ่งนักการเมืองทั้งหลายที่ชอบอ้างว่าตนเป็นผู้ทรงเกียรติมักชอบอ้างความชอบกันซะเหลือเกิน :D...
ซึ่งถ้าไม่ยอมรับเพียงเพราะตนเสียประโยชน์แบบนี้ก็คงไม่ต่างอะไรไปจากโจร !!
เพราะโจรไม่เคยชอบกติกา...แต่ชอบทำตามใจตนเองไงครับ 555555   :p 


ที่ว่ามาทั้งหมด...ผมไม่ขัดข้องหากจะมีใครเห็นต่าง !!
และยินดีรับฟังความคิดความเห็นของแต่ละท่านเพื่อนชาวเวปนี้...
มีสิทธิโพสแสดงความคิดเห็นภายใต้กฎหมายได้ในกระทู้นี้นะครับ !
อิๆ ไม่อยากเห็นแค่คำว่าขอบคุณ หรือแค่ทักทายนะ
เพราะไม่ใช่เรื่องเสียหายที่เราจะแสดงความเห็นภายใต้กฎกติกาของกฎหมาย

ขอขอบคุณทุกท่านที่อุตสาห์แวะมาแอบอ่าน  :D
แม้จะยังไม่กล้าให้ความเห็นก็ไม่ว่าไรครับ  :p



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 18, 2014, 23:41:46 โดย โด่ง คนเดิม »

ออฟไลน์ sususuvit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 445
  • เกณฑ์จะถูกหวย : 97
ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ ลูกจันทน์

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 888
  • เกณฑ์จะถูกหวย : 654
 ;D ;D ;Dขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ quit1234

  • สมาชิกใหม่
  • *
  • กระทู้: 2
  • เกณฑ์จะถูกหวย : 0
เห็นด้วยกับ จขกท. ครับ

สะมะพงษ์ วงศ์เดอะค็อป

  • บุคคลทั่วไป
แล้วที่โครงการณ์ที่ ปปช หรืออะไร ที่ ปชปทำสารเลวไว้ ดูเหตุผลที่เขาบอกสิ น้ำท่วมมั่ง ข้าราชการไม่ให้ข้อมูลมั่ง ยืดไปยืดไปจนหมดอายุความ
ประเทศชาติเสียหายมากนะ ถ้าคุณกลางจริงต้องคุยเรื่องนี้ด้วย  ในเมืองนี้มันยังมีอีกมากที่เราไม่รู้ เคยได้ยิน ถิ่นกาขาว มั้ยคุณเป็นคนหนึ่งแล้วล่ะที่เห็นกาสีขาว

tobe1

  • บุคคลทั่วไป
เห็นด้วยครับ

ออฟไลน์ sunanta1

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 69
  • เกณฑ์จะถูกหวย : 30
ขอแสดงความคิดเห็น
บอกเลยว่าไม่เป็นกลาง  ไม่เข้าข้าง นายก และคนที่ทำผิดไม่ว่าใครหน้าไหน

คนทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นใคร ฝ่ายไหน เมื่อศาลตัดสินเรียบร้อยแล้ว  แล้วบอกขอให้ทุกคนอภัย โดยที่ตัวเองไม่ต้องรับโทษ
ไม่ว่าใครก็แล้วแต่ที่ทำผิดกฎหมาย แล้วทำได้ตามที่พวกคุณขอ นักโทษฆ่าคนหรือนักโทษคดีอุกฉกรรณ์ทั้งหลาย ก็คงใช้คำนี้ได้ 
แล้วจะมีคุกไว้ขังหมาหรือไง

แม้นักโทษที่ค้ายาเสพติดหรือนักโทษคดีเล็กน้อยที่ศาลตัดสินว่ามีความผิด  ต้องติดคุกก่อนเมื่อครบกำหนดแล้วออกมาสังคมจึงจะให้อภัย
นั่นคือต้องรับโทษก่อน

ถ้าจะขอที่ยืน ในคุกว่างสำหรับพวกคุณค่ะ เชิญ
 :eek:

ออฟไลน์ sunanta1

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 69
  • เกณฑ์จะถูกหวย : 30


ที่ ศาลากลาง จ.ขอนแก่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ฯ ซึ่งปฎิบัติหน้าที่นายกฯ
ได้กล่าวถึงกรณีหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ร่าง พ.ร.บ. ...้เงิน 2 ล้านล้านบาท
ตกไป โดยขอร้องให้ทุกฝ่ายมองที่เจตนา อย่ามองการใช้กฎหมายเพื่อที่จะลิดรอน
และเผยว่ารู้สึกเสียดายโอกาสที่ประเทศจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
ที่ยังเป็นรองประเทศเพื่อนบ้าน...ถ้าใช้หลักเมตตา ใช้คำว่า ให้อภัย !
ขอเหลือพื้นที่ให้ทุกคนได้ยืนอยู่เถอะ...อย่าใช้กฎหมายมาตัดสิทธิห่ำหั่นกันจนไม่มีที่ยืน
วันนี้คนก็ไม่ได้เกรงกลัวกฎหมายกันแล้ว !

ขณะที่ ปฎิบัติหน้าที่ รมว. กระทรวงแรงงาน
ก็ดันบอกว่า รัฐบาลจะทำอะไรต้องขออนุญาตศาลรัฐธรรมนูญหรือ ?   


ได้อ่านข่าวดังกล่าวแล้ว...
ไม่อยากคิดเลยว่าคนเคยทำหน้าที่ระดับชาติเหล่านี้จะคิดได้แค่นี้...
ไม่เข้าใจหรือว่าทำเป็นไม่รู้เรื่อง...ถ้าคิดว่าการถือเสียงข้างมากในสภา
แล้วมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่จะออกกฎหมายอะไรก็ได้
โดยไม่คิดคำนึงถึงความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ?
แต่กลับตีความเข้าข้างตนเอง...โดยอ้างว่า เงินนอกงบประมาณดังกล่าว
ไม่ใช่ *เงินแผ่นดิน* โดยใช้แค่เหตุผลอ้างว่า ...้เงินมาแล้วมิได้นำเข้าคลัง !
จึงไม่ต้องปฎิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 169  แต่กรณีนี้ศาลชี้แล้วว่า...
เป็นเงินแผ่นดิน...การที่ไม่นำส่งคลังทำให้การควบคุมตรวจสอบ
การใช้จ่ายไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและกรอบวินัยการคลัง...
กรณีนี้แทนที่รัฐบาลจะทำให้ถูกต้องเสียแต่แรก...  กลับไม่ ! 
แต่กลับผลักดันเพื่อให้เป็นเงินนอกงบประมาณ ที่ยากต่อการตรวจสอบ...
ทำให้หลายฝ่ายสงสัยว่าน่าจะมีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ ? ประหนึงว่า...
เป็นช่องทางส่งเสริมให้เกิดโอกาสทุจริตคอร์รัปชั่น...ซึ่งตามที่
นักวิชาการศึกษาพบว่าได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากปีที่ผ่านมาจากที่เคยงาบค่าหัวคิว 10% ก็กลับพุ่งเป็นกว่า 50%
และที่กล่าวว่า...เป็นการอาศัยกฎหมายไล่ล่า...ก็ไม่เห็นต้องกลัว
เพราะหากรัฐบาลมิได้ทำผิดกฎหมาย ระเบียบแบบแผนที่กำหนด 
ก็ย่อมไม่มีใครหรือฝ่ายใดมาไล่ล่าได้หรอกครับ...
อิๆ แต่เป็นเรื่องปกติที่โจร หรือคนที่ทำผิดมักหนีการไล่ล่า...
ไม่มีคนบริสุทธิ์คนไหนหรอกที่จะหลบหนีการไล่ล่า
ถ้าคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ต้องทำตามขั่นตอนที่กฎหมาย
ระเบียบ กำหนดไว้ในเรื่องขอความเป็นธรรมสิครับ...
ถึงจะเรียกว่าเป็นผู้อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน...
มิใช่ใช้วิธีร้องขอความเป็นธรรมในรูปแบบอื่นๆ...
ซึ่งไม่ต่างจากพวกทำตนอยู่เหนือกฎหมายซะเอง !! 

ส่วนที่ปฎิบัติหน้าที่ รมว. กระทรวงแรงงาน บอกว่า
ต่อไปรัฐบาลจะทำอะไรต้องขออนุญาตศาลรัฐธรรมนูญหรือ ?     

อิๆ เป็นคำถามประชดที่ไม่น่ามีสำหรับคนเคยเป็น รมว.
ก็ถ้ามีความรู้เรื่องกฎ ระเบียบดี มั่นใจว่าทำถูกก็ทำไปสิครับ
จะไปปรึกษาทำไม ? ถ้าไม่รู้หรือไม่แน่ใจเพื่อความรอบคอบ
ก็ถามที่ปรึกษาที่ท่านไว้วางใจคิดว่าเขารู้จริง...แต่แน่นอนว่า
ถ้าทำตามที่เขาแนะนำแล้วไม่มีใครค้าน หรือฟ้อง...ปัญหาก็ยังไม่เกิด...
แต่ถ้ามีใครฟ้อง...ผู้ตัดสินย่อมคือศาล ซึ่งก็ต้องไปพิสูจน์ในกระบวนการศาล
จะไปกลัวอะไรในเมื่อมั่นใจว่ามีหลักฐานและเหตุผลพอว่าไม่ทำผิด !!


ย้อนกลับมาที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ฯ บอกว่า...
ถ้าใช้ความเมตตา ใช้คำว่าให้อภัย และเหลือพื้นที่ให้ได้ยืนอยู่นั้น...
ผมอยากบอกว่าต้องเข้าใจก่อนนะ...คำว่าให้ *อภัย* เขาใช้กับคนที่ทำอะไรผิด...
ไม่ใช้กับคนที่ทำถูกกฎหมาย ระเบียบแบบแผนที่กำหนดหรอกครับ 5555
ก็ในเมื่อรัฐบาลบอกว่าไม่ทำผิดแล้วจะมาขอให้ให้อภัยทำไม ? 
ดูๆไปสงสัยจะหาที่ลงไม่เจอแฮะ !! และที่สำคัญการให้อภัยคนทำผิด...
เขาก็ต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมายและระเบียบที่ใช้อยู่ ณ ขณะนั้น...
จะมาคิดแบบให้อภัยกันเองทำกันเองแบบไม่มีกฎกติกามันจะถูกหรือ ? 
ไม่งั้นคงไม่มีคำว่า...คิดก่อนทำ...เมื่อทำแล้วต้องยอมรับผลนั้น
ถ้าผลด้านดีก็ได้รับคำชม แต่ถ้าผลทำไม่ดี...ก็รับโทษตามที่กฎหมาย
หรือระเบียบในเรื่องนั้นๆกำหนด...ซึ่งจะไปลงโทษอย่างอื่นที่กฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้
ก็ทำไม่ได้เช่นกัน...อีกอย่างทั้งหมดที่ทำก็ไม่ได้ถูกใครบังคับแบบไม่อาจขัดขืนได้ซะหน่อย !!

อิๆ ส่วนประเด็นที่พูดว่าให้มีพื้นที่ให้ยืนอยู่บ้างนั้น...ก็ใช่ว่าจะไม่มีนะ...
คนไหนไม่ทำผิดก็มีอิสรภาพยืนอยู่ที่ไหนได้ตามกฎหมาย...
ส่วนใครทำผิดเขาก็จัดที่อยู่ไว้ให้เป็นการเฉพาะแล้วเช่นกัน...
นั่นคือสถานที่ๆ ซึ่งมีกฎหมายระเบียบกำหนดไว้...
แต่มิใช่จะไปใช้อำนาจเลือกสถานที่อื่นให้นอกเหนือ
จากที่ๆกำหนดไว้ไม่ได้หรอกครับ...อย่าลืมว่าไม่มีโจร
หรือคนทำผิดอยากอยู่ในคุก !! และก็เพราะโจรหรือคนทำผิด
รู้กฎกติกานี้ตั้งแต่ขณะทำผิดอยู่แล้ว...มันถึงหลบหนีไม่อยู่ให้จับไง...
โธ่ !! หลักคิดง่ายๆแบบนี้ไม่น่าทำไปไม่รู้เรื่องเลยนะครับ...
และไอ้ที่บอกว่า...วันนี้คนก็ไม่ได้เกรงกลัวกฎหมายกันแล้ว...
อะ พูดเหมือนจะบอกว่างั้นก็ไม่ต้องไปสนใจใครจะฝ่าฝืน...
ทำผิดก็อย่าไปทำอะไรเขางั้นเหรอ !  ก็คิดกันแบบนี้
ถึงได้ทำให้หลายคนเข้าใจผิดรวมทั้งมักพบเห็นมีหลายคนพูดตามๆกัน
เพราะไม่เคยศึกษาหาความรู้แท้ในเรื่องนี้ ! โดยมักพูดว่า...
กฎหมายมันไม่ดีบ้าง กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์บ้าง ....

เออ แทนที่จะคิดว่าความผิดมันเกิดจากคนเป็นผู้ทำ
ไม่ว่าจะจากผู้ทำความผิดเสียเองหรือจากเจ้าหน้าที่ที่ละเว้น
ไม่ปฎิบัติหน้าที่ในการจับหรือนำตัวผู้กระทำผิดนั้นๆมาดำเนินการ
ให้เป็นไปตามกฎหมายที่ใช้อยู่  จะด้วยเหตุเพราะเห็นแก่ประโยชน์
ที่ตนเองหรือพวกพ้องได้รับหรือหยิบยื่นให้ก็ตาม...

แต่ดันกลับไปโทษกฎหมายซึ่งเป็นสิ่งไม่มีชีวิต...
แถมเป็นกฎหมายที่นักการเมืองทั้งหลายนั่นแหล่ะเป็นผู้มีส่วนในการออก !!
ขืนคิดแบบนี้แล้วมันจะทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อยแบบที่ควรจะเป็นได้ยังไง...
อย่าลืมว่าไม่ว่าจะรัฐบาลไหน จะมาจากพรรคการเมืองฝ่ายใดก็ตาม...
ต้องบริหารประเทศภายใต้กรอบกฎหมาย เคารพและปฎิบัติตามกฎหมาย
ที่ใช้อยู่ ณ ขณะนั้นโดยเคร่งครัด ไม่ว่ารัฐบาลนั้นๆจะเห็นด้วยหรือไม่
กับกฎหมายที่มีใช้อยู่ก็ตาม...รวมทั้งไม่ว่าที่มาของกฎหมายที่ใช้อยู่ดังกล่าว
จะมีที่มาจากเหตุใด......แต่ตราบใคที่กฎหมายนั้นยังไม่ยกเลิกหรือแก้ไข
ทุกคนก็ยังต้องคงต้องถือปฎิบัติ ไม่อาจนำมาเป็นข้ออ้าง
เพื่อให้ตนหรือพวกพ้องพ้นความรับผิดได้...และแน่นอนว่า
การแก้ไขก็ต้องว่าไปตามขั้นตอนที่กฎหมายให้อำนาจทำได้...
ซึ่งไม่ใช่ใครๆก็พากันตีความเข้าข้างกันเอง...
เพราะกฎหมายอีกเช่นกันที่วางกำหนดขั้นตอนและเหตุความเหมาะสมไว้ให้แล้ว...
แน่นอนว่าถ้ามีปัญหาในการปฎิบัติ...ในเรื่องความเห็นนั้น
ในชั้นแรกก็อาจจะมีนักกฎหมายในหน่วยงานนั้นๆ...
หรือแม้แต่นักวิชาการต่างๆ ให้ความเห็นไว้...ซึ่งหากมีความเห็นต่างกัน...

ถามว่าใครเป็นผู้ตัดสิน ! ก็ต้องเป็นองค์กรศาลเท่านั้นไง...
จะมาเถียงว่าผู้ทำหน้าที่ตัดสินไม่ดีเป็นอย่างโน้นอย่างนี้...
เถียงได้ครับ แต่ก็ต้องมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้
และกระบวนการของศาลเองเขาก็มีระเบียบอยู่แล้ว
ในการไม่ทำหน้าที่หากผู้พิพากษารู้เอง หรือมีหลักฐานว่า
ผู้พิพากษาท่านไหนอาจเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในคดีหรือเรื่องนั้นๆ...
ท่านนั้นก็จะถอนตัวไม่อยู่ในคณะที่จะตัดสินในกรณีนั้นนะครับ...


เป็นไงล่ะ ช่างต่างจากพวกนักการเมืองที่มักอ้างว่าเป็นผู้ทรงเกียรติเยอะ !!
เพราะทุกครั้งที่ สส. ยกมือก็จะว่าตามมติพรรค ไม่ได้อยู่ที่เหตุผลความคิดที่เป็นอิสระ...
หากมติใดที่มีประโยชน์แก่ชาติและประชาชนก็โชคดีไปไม่มีปัญหา
แต่ถ้ามติใดเป็นไปเพื่อช่วยเหลือกันเวลาถูกซักฟอกตอนโดนไม่ไว้วางใจนี่สิ !
ไม่เห็นมีใครนึกว่านี่อาจเป็นการช่วยคนทำผิดให้พ้นผิด !!
ไอ้หลักปฎิบัติแบบนี้ไม่หยั๊กคิดจะพูดถึงหรือปฎิรูปกันนะ
ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็เถอะ  :p 




จากความเห็นส่วนตัวที่ผมให้เหตุผลมา...
ถ้ายังไม่ยอมรับอำนาจศาลซึ่งผู้ที่ทำหน้าที่ต่างก็ล้วนแล้วแต่ผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมาย...
และที่สำคัญที่สุดทุกท่านได้รับการโปรดเกล้าจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ให้มาปฎิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธย อีกทั้งยังเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย
ซึ่งนักการเมืองทั้งหลายที่ชอบอ้างว่าตนเป็นผู้ทรงเกียรติมักชอบอ้างความชอบกันซะเหลือเกิน :D...
ซึ่งถ้าไม่ยอมรับเพียงเพราะตนเสียประโยชน์แบบนี้ก็คงไม่ต่างอะไรไปจากโจร !!
เพราะโจรไม่เคยชอบกติกา...แต่ชอบทำตามใจตนเองไงครับ 555555   :p 


ที่ว่ามาทั้งหมด...ผมไม่ขัดข้องหากจะมีใครเห็นต่าง !!
และยินดีรับฟังความคิดความเห็นของแต่ละท่านเพื่อนชาวเวปนี้...
มีสิทธิโพสแสดงความคิดเห็นภายใต้กฎหมายได้ในกระทู้นี้นะครับ !
อิๆ ไม่อยากเห็นแค่คำว่าขอบคุณ หรือแค่ทักทายนะ
เพราะไม่ใช่เรื่องเสียหายที่เราจะแสดงความเห็นภายใต้กฎกติกาของกฎหมาย

ขอขอบคุณทุกท่านที่อุตสาห์แวะมาแอบอ่าน  :D
แม้จะยังไม่กล้าให้ความเห็นก็ไม่ว่าไรครับ  :p


ถูกใจอย่างแรง ขอแชร์ความคิดนี้

chutinun.suppaasa.7

  • บุคคลทั่วไป
เยี่ยมมาก  ถูกใจที่สุดเลย

ออฟไลน์ dat

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2664
  • เกณฑ์จะถูกหวย : 70
ขอบคุณมากค่ะ

สะมะพงษ์ วงศ์เดอะค็อป

  • บุคคลทั่วไป
อย่าหลอกตัวเอง  ลองย้อนคิดดู สิ่งที่ตัดสินมามันยุติธรรม กฎหมายตอนนี้ไม่รู้จะสอนอะไรแล้วท่านได้ตัดสินโดยใช้คำว่า อาจ อาจจะ
แค่ทำกับข้าวออกทีวีตกนายกก็จบแล้วกฎหมายไทย เอาคุณเนวิน ตัวอย่าง สมัยก่อนอยู่ฝ่ายทักษิณฟ้องกล้ายางจะเอาเป็นเอาตายพอย้ายฝั่งไอ้คนฟ้องกลับไปเป็นพยานให้รอดคดี บ้าไปแล้ว  ถิ่นกาขาว

ออฟไลน์ tanvisit

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 74
  • เกณฑ์จะถูกหวย : 29
บางคนให้อ่าน20รอบก็คิดไม่ได้...เพราะความชอบมันมาบังเหตุและผลครับ

ออฟไลน์ chalao

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 180
  • เกณฑ์จะถูกหวย : 152
เยี่ยมมาก ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ โด่ง คนเดิม

  • Global Moderator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 292
  • เกณฑ์จะถูกหวย : 1449
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกๆท่านด้วยความจริงใจ
ที่ให้ความเห็นในกระทู้นี้โดยเฉพาะท่านใดที่เห็นต่าง...ก็ขอบคุณเช่นกันครับ


นี่เป็นความเห็นบางส่วนที่ผมโพส...
ลองอ่านดูอีกครั้ง...สรุปหลักการในความเห็นส่วนตัวผมได้ดังนี้

"...ไม่ว่าจะรัฐบาลไหน จะมาจากพรรคการเมืองฝ่ายใดก็ตาม...
ต้องบริหารประเทศภายใต้กรอบกฎหมาย เคารพและปฎิบัติตามกฎหมาย
ที่ใช้อยู่ ณ ขณะนั้นโดยเคร่งครัด ไม่ว่ารัฐบาลนั้นๆจะเห็นด้วยหรือไม่
กับกฎหมายที่มีใช้อยู่ก็ตาม...รวมทั้งไม่ว่าที่มาของกฎหมายที่ใช้อยู่ดังกล่าว
จะมีที่มาจากเหตุใด......แต่ตราบใคที่กฎหมายนั้นยังไม่ยกเลิกหรือแก้ไข
ทุกคนก็ยังต้องคงต้องถือปฎิบัติ ไม่อาจนำมาเป็นข้ออ้าง
เพื่อให้ตนหรือพวกพ้องพ้นความรับผิดได้...และแน่นอนว่า
การแก้ไขก็ต้องว่าไปตามขั้นตอนที่กฎหมายให้อำนาจทำได้...
ซึ่งไม่ใช่ใครๆก็พากันตีความเข้าข้างกันเอง...
เพราะกฎหมายอีกเช่นกันที่วางกำหนดขั้นตอนและเหตุความเหมาะสมไว้ให้แล้ว...
แน่นอนว่าถ้ามีปัญหาในการปฎิบัติ...ในเรื่องความเห็นนั้น
ในชั้นแรกก็อาจจะมีนักกฎหมายในหน่วยงานนั้นๆ...
หรือแม้แต่นักวิชาการต่างๆ ให้ความเห็นไว้...ซึ่งหากมีความเห็นต่างกัน...

ถามว่าใครเป็นผู้ตัดสิน ! ก็ต้องเป็นองค์กรศาลเท่านั้นไง...
จะมาเถียงว่าผู้ทำหน้าที่ตัดสินไม่ดีเป็นอย่างโน้นอย่างนี้...
เถียงได้ครับ แต่ก็ต้องมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้
และกระบวนการของศาลเองเขาก็มีระเบียบอยู่แล้ว
ในการไม่ทำหน้าที่หากผู้พิพากษารู้เอง หรือมีหลักฐานว่า
ผู้พิพากษาท่านไหนอาจเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในคดีหรือเรื่องนั้นๆ...
ท่านนั้นก็จะถอนตัวไม่อยู่ในคณะที่จะตัดสินในกรณีนั้นนะครับ...
ต่างจากพวกนักการเมืองที่มักอ้างว่าเป็นผู้ทรงเกียรติเยอะ !!
เพราะทุกครั้งที่ สส. ยกมือก็จะว่าตามมติพรรค ไม่ได้อยู่ที่เหตุผลความคิดที่เป็นอิสระ...
หากมติใดที่มีประโยชน์แก่ชาติและประชาชนก็โชคดีไปไม่มีปัญหา
แต่ถ้ามติใดเป็นไปเพื่อช่วยเหลือกันเวลาถูกซักฟอกตอนโดนไม่ไว้วางใจนี่สิ !
ไม่เห็นมีใครนึกว่านี่อาจเป็นการช่วยคนทำผิดให้พ้นผิด !!
ไอ้หลักปฎิบัติแบบนี้ไม่หยั๊กคิดจะพูดถึงหรือปฎิรูปกันนะ
ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็เถอะ     
ถ้ายังไม่ยอมรับอำนาจศาลซึ่งผู้ที่ทำหน้าที่ต่างก็ล้วนแล้วแต่ผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมาย...
และที่สำคัญที่สุดทุกท่านได้รับการโปรดเกล้าจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ให้มาปฎิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธย อีกทั้งยังเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย
ซึ่งนักการเมืองทั้งหลายที่ชอบอ้างว่าตนเป็นผู้ทรงเกียรติมักชอบอ้างความชอบกันซะเหลือเกิน  ...
ซึ่งถ้าไม่ยอมรับเพียงเพราะตนเสียประโยชน์แบบนี้ก็คงไม่ต่างอะไรไปจากโจร !!
เพราะโจรไม่เคยชอบกติกา...แต่ชอบทำตามใจตนเองไงครับ 555555 "


ก่อนจะตอบความเห็นท่านที่เห็นต่าง ! 
ก็อยากบอกว่าลองย้อนกลับไปค่อยๆอ่านความเห็นที่ผมโพสดูอีกครั้ง...
จะเห็นว่าไม่มีความเห็นบรรทัดไหนที่ผมเห็นดีหรือเชียร์พรรคการเมืองใด ?
ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน...และที่สำคัญก็ไม่ได้บอกว่า
พรรคการเมืองไหนทำถูก หรือทำผิดในเรื่องไหน ? 
ยกเว้นเฉพาะเรื่องใดที่มีผลคำตัดสินหรือคำพิพากษาของศาลแล้วเท่านั้น...

ส่วนเรื่องใดของพรรคการเมืองฝ่ายไหนที่ยังไม่มีผลคำตัดสิน
จากการกระทำของพรรค ไม่ว่าเรื่องจะอยู่ในชั้นใด...
ผมถือว่าพรรคการเมืองนั้นๆ ยังเรียกไม่ได้ว่าทำผิดอะไร
หากแต่เป็นแค่เพียงผู้ถูกกล่าวหา ทั้งนี้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาว่าผิดจริง...
อันนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากเวลาที่มีใครมากล่าวหาเราทำผิดในคดีอาญา
แม้ตำรวจจะแจ้งข้อหาเรา...ก็มีผลให้เราเป็นเพียงแค่ผู้ต้องหา
หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นผู้ถูกกล่าวหา...ซึงหากจะได้ชื่อว่า
ทำความผิดจริงก็ต่อเมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าผิด...
แน่นอนครับว่าตรงนี้ก็เป็นไปตามหลักรัฐธรรมนูญของไทย
ที่ให้ถือว่า บุคคลทุกคนรวมถึงพรรคการเมืองทุกพรรคยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่...
จนกว่าจะมีคำพิพากษาตัดสินว่าพรรคนั้นๆทำความผิด...
ด้วยเหตุนี้หากจะพูดว่าคดีใดทำไมล่าช้าก็ดี...เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ท่านใด
หรือหน่วยงานใดที่รับผิดชอบ แต่ได้ละเว้นปฎิบัติหน้าที่ไม่จับกุม
หรือสอบสวนตามที่กฎหมายบัญญัติก็ดี...ตรงนี้ก็เป็นเรื่องของ
ผู้ที่เป็นผู้เสียหายจากการกระทำของเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานนั้นๆดังกล่าว
จะไปใช้สิทธิทางศาลในการฟ้องร้องไงครับ แต่ไม่ใช่มาใช้วิธีอื่น
ที่ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้อย่างที่เห็นแต่ละฝ่ายทำกันอยู่...
ก็เพราะไม่ทำตามกติกาที่กฎหมายบัญญัติไงครับมันถึงวุ้นวายไม่ว่าเสื้อสีไหน ?
แน่นอนว่าฝ่ายไหนเคยทำอะไรผิดบ้าง...ตราบใดที่ยังอยู่ในอายุความฟ้องร้อง
ใครที่เป็นผู้เสียหายก็ย่อมดำเนินคดีกับผู้นั้นได้อยู่แล้ว...
ตอนนี้แม้จะยังไม่เห็นความคืนหน้า แต่มิได้หมายความว่าบุคคลเหล่านั้น
จะไม่ถูกดำเนินคดี...จึงยังเรียกกรณีนี้ไม่ได้ว่าไม่มีความยุติธรรม !! 

ถามว่าหากเจ้าหน้าที่คนใดหรือหน่วยงานใดที่มีหน้าที่
แต่กลับปล่อยละเลยจนคดีขาดอายุความก็ต้องถูกดำเนินคดีแบบที่ผมกล่าวมา...
ด้วยเหตุนี้ถ้าทุกคนมัวแต่ใช้แค่อารมย์หรือความรู้สึกไม่พอใจ
เพียงเพราะเหตุไม่ทันใจหรือไม่ได้อย่างใจอย่างเดียว
มาตัดสินเรื่องที่ฟังเขาเล่ามา แล้วตีโพยตีพายอย่างเดียวว่าคดีไม่คืบหน้า...
ทีคนนั้นทำไมไม่ทำแบบนี้บ้างไม่ยุติธรรม  แบบนี้ก็คงไม่ต่างอะไร
จากผู้ที่ไม่ยึดถือกฎกติกา...แล้วจะมาร้องหาความยุติธรรมในชั้นนี้
ก็น่าจะยังไม่ถูกต้องเท่าใดนัก...ดังนั้นที่บางท่านถามว่า
แล้วทำไมบางคนยังไม่ถูกจับ...หรือถูกดำเนินคดีล่ะ...
ตรงนี้เป็นคำถามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานผู้รับผิดชอบคดีนั้นๆ
ต้องเป็นผู้ตอบ...ถ้าเขาตอบหรือชีแจงเหตุผลได้
โดยมีข้ออ้างที่กฎหมายให้อำนาจทำได้ ก็ยังไม่ผิดฐานละเว้นปฎิบัติหน้าที่...
แต่ถ้าไม่มีเหตุผลโดยชอบตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ผู้นั้น
หรือหน่วยงานนั้นก็ต้องถูกดำเนินคดีภายในอายุความ
ของความผิดฐานละเว้นฯ เช่นกัน มิได้สิทธิพิเศษแต่อย่างใด...

อิๆ  ถึงตรงนี้ไม่ว่าผมจะเห็นกาสีขาวหรือกาสีไหนอย่างที่ถูกกล่าวหา
ก็คงไม่สำคัญหรอกมั้ง !!  เพราะทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านกระทู้นี้
ย่อมมีความคิดได้เองว่า...มันน่าจะใช่แบบที่ผมบอกหรือไม่ใช่ !! 
และขอย้ำว่าที่ผมตั้งกระทู้นี้ไม่มีเจตนาจะทะเลาะกับท่านใด...
ความเห็นต่างนั้นทุกท่านมีได้  ไม่ใช่เรื่องผิด...
เพราะผมเชื่อว่าไม่ใช่ทุกท่านที่สำเร็จความรู้ทางกฎหมายมา...
มุมมองย่อมแตกต่างกันออกไปเป็นเรื่องธรรมดา !

อิๆ ขอเปรียบเทียบแบบง่ายๆว่า ถ้าเป็นเรื่องเจ็บป่วย
ผมและอีกหลากหลายท่านที่ไม่ใช่หมอ คงรู้แค่อาการ
ว่าปวดหัวหรือปวดท้อง  แต่คงไม่รู้วิธีรักษามากกว่า
ท่านที่เรียบจบหมอมาแน่นอนว่า...เป็นโรคอะไร ?
รักษาอย่างไร ? ซึ่งถ้าเราไม่เชื่อหมอแล้วจะไปเชื่อใคร ?
ผมจึงบอกแต่แรกว่าพร้อมรับฟังความเห็นต่างจากทุกๆท่าน...
โดยเฉพาะความเห็นที่มีเหตุมีผลภายใต้หลักของกฎหมายครับ...
ผมเองก็พอมีพื้นฐานความรู้เรื่องกฎหมายและวิธีการสอบสวน
ตลอดจนกระบวนการพิจารณาตัดสินของศาลอยู่บ้าง
แม้จะไม่เก่งกาจไปกว่าคนอื่น แต่ก็รู้ ! เพราะมีโอกาส
เรียนเพิ่มจนจบกฎหมายมาทำนองเดียวกับนักการเมืองบางท่าน !!
ที่สำคัญผมเองก็มีเพื่อนเป็นนักการเมืองทั้งที่อยู่ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน...
ผมจึงพูดได้ตามที่คิดเพราะไม่หวังและไม่เคยคิดที่อยากจะได้ประโยชน์อะไร ?
จากนักการเมือง จึงไม่จำเป็นที่จะต้องพูดเอาใจนักการเมืองท่านใดไงครับ !!  555555

.............ขอจบความเห็นเพียงเท่านี้....ขอบคุณทุกท่านอีกครั้ง    :D :D 





ออฟไลน์ kong11

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 23786
  • เกณฑ์จะถูกหวย : 195
ขอบคุณครับ

ชมรมหวยบนดินแห่งประเทศไทย



FaceBook Comment

 

ประกาศ ! : การเล่นหวยมีความเสี่ยง โปรดใช้วิจารณญาณในการบริโภคข้อมูล ทางชมรมหวยบนดิน ไม่สนับสนุนการกระทำใดๆที่ไม่ถูกต้องตามกฏหมาย ข้อความที่ถูกพิมพ์ หรือเผยแพร่ออกจากเว็บบอร์ด ชมรมหวยบนดิน แห่งนี้ ถือเป็น ความคิดเห็นส่วนบุคคลทั้งสิ้น ซึ่งทางเว็บไซต์ huaybondin.net จะ ไม่รับผิดชอบ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น อันเป็นเหตุมาจากการพิมพ์จากทางผู้ใช้ และสมาชิก แต่อย่างไรก็ตามถ้าหาก ท่านใดพบ ข้อความที่เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ได้ถูกเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ อาทิเช่น คำพูดที่ลบหลู่ ดูหมิ่นต่อ ความมั่นคงของชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ รวมไปถึงการเผยแพร่รูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ สิ่งผิดกฏหมายต่างๆ กรุณาแจ้ง ทางทีมงาน มาได้ที่ webmaster@huaybondin.net ซึ่งเราจะรีบดำเนินการลบโดยเร็วที่สุด ...